เซาธ์เกต ฉลองค่ำคืนแสนพิเศษที่เวมบลีย์

Posted by

แกเร็ธ เซาธ์เกต ฉลองค่ำคืนที่พิเศษที่เวมบลีย์ ในเกมที่อังกฤษเข้าชิงยูโร 2020 หลังเอาชนะเดนมาร์กในช่วงต่อเวลาพิเศษ 2-1

แกเร็ธ เซาธ์เกต ได้สัมผัสค่ำคืนแห่งประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษกับทีมชาติอังกฤษ ในเกมที่อังกฤษเอาชนะเดนมาร์กเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศยูโร 2020 ซึ่งเป็นรอบชิงชนะเลิศระดับนานาชาติครั้งแรกของพวกเขานับตั้งแต่ปี 1966

กัปตันทีมของสิงห์โตคำราม แฮร์รี่ เคน ยุติการรอคอยที่ยาวนานถึง 55 ปีของทีมชาติอังกฤษในเข้าไปเล่นรอบชิงชนะเลิศโดยอังกฤษได้ประตูในช่วงต่อเวลาพิเศษ หลังสเตอร์ลิง เรียกจุดโทษให้กับทีมได้ เป็นแฮรี่ เคน ที่รับหน้าที่สังหาร แม้แคสเปอร์ ชไมเคิล จะปัดออกมาได้ แต่ไม่พ้นทางปืนของแฮรี่ เคน เป็นเคนที่ซ้ำเข้าไปส่งบอลไปนอนก้นตาข่าย
สามปีหลังจากความผิดหวังในรอบรองชนะเลิศของฟุตบอลโลก 2018 ที่มอสโกว เซาธ์เกตและผู้เล่นของเขามอบความสุขให้แฟนบอลกว่า 60,000 คนที่สนามเวมบลีย์ เป็นบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความดีใจอย่างสุดขีดของแฟนบอลซึ่งแทบจะไม่เคยเห็นที่เวมบลีย์แห่งใหม่

“ผมภูมิใจในตัวผู้เล่นมาก” เซาธ์เกตกล่าว “มันเป็นโอกาสที่เหลือเชื่อที่ได้เป็นส่วนหนึ่ง แฟนๆของเรานั้นมีส่วนร่วมกับเกมอย่างเหลือเชื่อตลอดทั้งคืน”
“สำหรับประเทศของเรา ผมไม่เคยได้ยินเสียงเวมบลีย์แห่งใหม่อยู่ในบรรยากาศแบบนั้นมาก่อนเลย การได้แบ่งปันสิ่งนี้กับทุกคนนั้นพิเศษมาก”
อังกฤษตอบได้ประตูแรกจากการสกัดเข้าประตูตัวเองของ ซิมง เคียร์ แต่เดนมาร์กก็ยังอยู่ในเกมตลอดจากการโชว์ฟอร์มเซฟของ แคสเปอร์ ชไมเคิล ทำให้ต้องดวลกันต่อในช่วงต่อเวลาพิเศษ ก่อนที่ เคน จะซัดประตูชัยที่พวกเขารอคอย

“ผมรู้สึกว่าเราจะสามารถไปเส้นชัยได้ แต่รู้ว่าเราจะมีเกมการแข่งขันที่แตกต่างกันออกไป เดนมาร์กถูกประเมินในฐานะทีมต่ำเกินไป พวกเขาสร้างปัญหาให้เรามากมาย”

อังกฤษมีเวลาน้อยที่จะชื่นชมยินดีกับชัยชนะในรอบรองชนะเลิศของพวกเขา โดยทัพสิงห์ดตคำรามจะกลับมาที่เวมบลีย์ในวันอาทิตย์ที่ต้องลงฟาดแข้งกับทีมชาติอิตาลี เซาธ์เกตยืนยันว่าการเตรียมพร้อมจะเริ่มทันที
“สถิติของอิตาลีดีนั้นดีเยี่ยม พวกเขาเป็นทีมชั้นนำในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา เราติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด เรารู้วิธีที่พวกเขา เล่นด้วยพลังและสไตล์ที่ยอดเยี่ยมพวกเขามักควบคุมเกมได้เหนือกว่าคู่แข่งเสมอ”
“พวกเขาทำประตูได้มากมาย และไม่ต้องสงสัยเลยว่าสมควรที่จะได้เข้าชิงชนะเลิศ โดยพวกเขาเอาชนะสองทีมชั้นนำอย่างเบลเยี่ยม และสเปนมาได้”

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *